หน้าบ้าน รู้จักเรา บริการของเรา ชมผลงาน เล่าเรื่อง ติดต่อเรา
รู้จักเรา

เล่านิทานในช่วงอายุไม่กี่ขวบของเด็กนั้น เป็นช่วงอายุที่เต็มไปด้วยโลกแห่งจินตนาการ และโลกจินตนาการของเด็กนั้นกว้างไกลเกินกว่าผู้ใหญ่จะเข้าใจ ซึ่งก็น่าแปลกเหลือเกิน ทั้งที่ผู้ใหญ่ก็เคยเป็นเด็กมาก่อน แต่พอเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์ในโลกของความเป็นจริงและโลกของเหตุผล กลับบั่นทอนจินตนาการไปจนหมดสิ้น และก่อนที่เราจะตอบคำถามว่า ทำไมต้องเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟังนั้น เราควรทำความเข้าใจกันก่อนว่า โลกจินตนาการของเด็ก ๆ นั้นเป็นอย่างไร

การจินตนาการของเด็กพอจะแบ่งออกได้ดังนี้

ก. จินตนาการแบบอิสระ

คือจินตนาการโดยที่เด็กไม่มีประสบการณ์รองรับเลย จินตนาการโดยใช้ความคิดคำนึงเฉพาะตัวเป็นหลักในการตัดสิน และส่งผลต่อารมณ์ของตนเอง เช่น เด็กบางคนดูภาพที่น่ากลัวแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็เลยยังไม่กลัว ยังไม่ตกใจ แต่ชอบดู หรือเด็กบางคนดูตุ๊กตาสวย ๆ ทำท่าทางต่าง ๆ กลับเกิดความกลัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจินตนาการเฉพาะตัว เกิดขึ้นเองโดยขาดเหตุผลรองรับ ขาดประสบการณ์รองรับ ตัวเด็กเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าทำไมถึงกลัว เพราะอะไรถึงตกใจ หรือเพราะอะไรถึงหัวเราะออกมา

ข. จินตนาการแบบมิติสัมพันธ์

เป็นจินตนาการของเด็กที่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นหรือได้ฟัง กับสิ่งของที่เคยเห็นเคยฟังมาแล้ว เด็กที่สามารถมีจินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ได้นี้ ต้องมีอายุมากขึ้นอีกหน่อย คือประมาณ 3 ขวบขึ้นไป เพราะอย่างน้อยต้องมีการเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์มาบ้างพอสมควร การจินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ของเด็กนี้ ยังแบ่งออกได้อีก 3 ขั้นคือ

ขั้นที่หนึ่ง คือเมื่อเด็กได้ฟังสิ่งใดหรือเห็นสิ่งใด แล้วนึกถึงสิ่งที่เคยเห็นมาก่อน หรือจินตนาการถึงสิ่งที่เคยเห็นมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่มองลูกศรที่ตั้งขึ้นแล้วนึกถึงบ้านที่มีหลังคาทรงแหลม หรือนึกถึงจรวดที่พร้อมจะยิงขึ้นบนท้องฟ้า หรือเด็กที่มองฝักมะขามแล้วนึกถึงตัวหนอน เป็นต้น ในขั้นที่หนึ่งนี้ เด็กแต่ละคนจะมีจินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ไม่เท่ากัน และบางครั้งไม่เหมือนกันอีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน ถ้าเด็กคนใดเป็นคนช่างสังเกตก็จะมีจินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ได้มากกว่าเด็กที่ขาดการสังเกต

ขั้นที่สอง นอกจากเด็กจะเชื่อมโยงสิ่งที่ตนเห็นหรือได้ฟังกับอีกสิ่งหนึ่งแล้ว เด็กยังจินตนาการต่อไปถึงอารมณ์หรือความมีชีวิตของสิ่งนั้น ๆ ด้วย เช่น

- ขั้นที่หนึ่ง เมื่อเด็กเห็นฝักมะขาม เด็กจินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ถึงตัวหนอน

- ขั้นที่สอง ตัวหนอนที่เด็กจินตนาการถึง จะมีชีวิตชีวา มีอารมณ์ด้วย คือนอกเหนือจากจะเห็นเป็นตัวหนอนแล้ว ตัวหนอนยังกำลังหัวเราะจนตัวงออีกด้วย

โดยทั่วไป เด็กส่วนมากจะมีจินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ในขั้นที่สอง ถ้าเราเฝ้าสังเกตเด็ก ๆ เวลาที่เขานั่งเล่นอยู่คนเดียว เด็กจะจับสิ่งของต่าง ๆ เล่นและนั่งพูดคุยกับสิ่งของนั้น ๆ เหมือนกับสิ่งของนั้น ๆ เป็นสิ่งมีชีวิต ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเด็กจะให้สิ่งของเหล่านั้นเป็นสัตว์ มีอารมณ์ มึความคิด และสามารถโต้ตอบกับตัวเองได้

ขั้นที่สาม จินตนาการเชิงมิติสัมพันธ์ในขั้นนี้เป็นขั้นที่ลึกที่สุด คือการจินตนาการไปถึงสิ่งเหนือจริง ของวิเศษ สิ่งมหัศจรรย์ เช่น นอกจากเด็กจะเห็นฝักมะขามแล้วนึกถึงตัวหนอนที่กำลังหัวเราะจนตัวงอแล้ว เด็กยังมองอีกว่า หนอนตัวนี้เป็นหนอนวิเศษที่ไม่ธรรมดา สามารถกลายร่างเป็นหนอนยักษ์ได้ และสามารถกระโดดเหาะไปบนท้องฟ้าได้อีกด้วย

จินตนาการแบบมิติสัมพันธ์ในขั้นนี้ เป็นขั้นที่เด็ก ๆ ใฝ่ฝัอยากจะมีกันทุกคน จะสังเกตได้ว่า ถ้าเราบอกว่า "มีกบอยู่ตัวหนึ่ง" เด็ก ๆ จะฟังเฉย ๆ แต่ถ้าบอกว่า "มีกบวิเศษอยู่ตัวหนึ่งสามารถพ่นไฟได้ด้วย" เด็ก ๆ จะทำตาโตทีเดียว

สาเหตที่เด็ก ๆ ชอบฟังนิทานนั้น ไม่ใช่เพราะว่านิทานมีโลกแห่งจินตนาการเท่านั้น แต่นิทานหลายเรื่องสนองตอบความต้องการของเด็ก ๆ แฝงอยู่ด้วย ซึ่งความต้องการของเด็ก ๆ พอสรุปได้ดังนี้

หนึ่ง. ต้องการความรัก

สอง. ต้องการให้คนอื่นสนใจ

สาม. ต้องการให้ความรักแก่คนอื่น

สี่. ต้องการเล่น

ห้า. ต้องการกิน

หก. ต้องการสิ่งวิเศษ มหัศจรรย์

เจ็ด. ต้องการความสวยงาม

แปด. ต้องการสิ่งลึกลับ

เก้า. ต้องการความขบขัน

และจากความต้องการของเด็ก ๆ ทั้งเก้าข้อนี้เอง ที่เราสามารถนำมาแต่งเป็นนิทานได้อีกเป็นร้อยพันเรื่อง ขอให้มีความสุขกับการเล่านิทานนะคะ



ที่มาของบทความ : หนังสือเล่านิทานอย่างไรให้สนุก โดย ปรีดา ปัญญาจันทร์ และ ชีวัน วิสาสะ


รู้จักเรา
คุณค่าศิลปะ 2
คุณค่าศิลปะ 1
พัฒนาการทางศิลปะเด็ก 4 - 7 ปี
ศิลปะกับพื้นฐานทางการศึกษา
นิทานที่เหมาะสมกับเด็กในวัยต่างๆ
ทำไมต้องเล่านิทานให้เด็กฟัง
พลังดนตรีพัฒนาเด็กพิเศษ
ดนตรีกับพัฒนาการ
 
   
หจก. โปรเจ็คท์ เด็กดี โทรศัพท์ :094 9264416 E-mail : projectdek-d@hotmail.com 
© Copyright 2009-2013 Project Dekdee Ltd., Part. | All Rights Reserved | Site by porpiang